หน้าหลัก เข้าระบบ กระดานข่าว P.S.O.1101 P.M.Q.A. บทความ เผยแพร่ข่าว ค้นหา
ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร สคร.9 จ.พิษณุโลก
เมนูหลัก
-หน้าหลัก
-เข้าสู่ระบบ
-ระบบข้อมูล P.S.O.1101
-การบริหารจัดการภาครัฐ
-บทความเอกสารงานวิจัย
-เผยแพร่ข่าวสาร
-ยอดฮิตติดอันดับ
-ดาวน์โหลด
-ปฏิทินกิจกรรม สคร.9
-สถิติการเข้าชม
-ค้นหา
ผู้ที่กำลังใช้งานอยู่
ขณะนี้มี 3 บุคคลทั่วไป และ 0 สมาชิกเข้าชม

ท่านยังไม่ได้ลงทะเบียนเป็นสมาชิก หากท่านต้องการ กรุณาสมัครฟรีได้ที่นี่
เรื่องน่ารู้
ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร สคร.9: กลุ่มโรคเอดส์วัณโรคโรคติต่อทางเพศฯ

ค้นหาในหัวข้อนี้:   
[ กลับไปที่หน้าแรก | กรุณาเลือกหัวข้อใหม่ ]

การศึกษาสถานการณ์โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
กลุ่มโรคเอดส์วัณโรคโรคติต่อทางเพศฯ

การศึกษาสถานการณ์โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์( Sexually Transmitted Infections ) จากรายงาน ก1ก2 ปีงบประมาณ 2547 – 2551 กรณีศึกษาคลินิกบริการโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และโรคเอดส์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก



ผู้บันทึก admin เมื่อ จันทร์ 05 ก.ค. 10@ 17:05:35 ICT (235 ครั้ง)
(แสดงความเห็น? | จำนวน: 0)
การศึกษาความเกี่ยวข้องระหว่างการตรวจหาปริมาณไวรัสในกระแสเลือด
กลุ่มโรคเอดส์วัณโรคโรคติต่อทางเพศฯ

ผู้บันทึก admin เมื่อ พุธ 19 พ.ย. 08@ 15:13:38 ICT (334 ครั้ง)
(แสดงความเห็น? | จำนวน: 0)
บทความพิเศษ.........มุมมองของท้องถิ่นด้านโรคเอดส์
กลุ่มโรคเอดส์วัณโรคโรคติต่อทางเพศฯ Anonymous บันทึก: เมื่อตั้งใจจะเขียนเรื่องท้องถิ่นกับการป้องกันควบคุมโรค ครั้งแรกผู้เขียนไม่คิดว่าจะมีเรื่องราวให้เขียนได้มากมายนัก แต่ครั้นพอได้มีเวลาว่างจากภาระกิจการงานประจำ และได้นั่งทบทวนหลากหลายประสบการณ์ กลับมีเรื่องราวต่าง ๆ ผุดขึ้นในความคิดมากมาย จึงเป็นแรงหนุนให้เขียนเรื่องราวของการป้องกันควบคุมโรคเอดส์ในมุมมองของท้องถิ่น

        

           นับตั้งแต่โรคเอดส์ได้แพร่ระบาดเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ.2527 จนถึงปัจจุบันจากการศึกษาคาดการณ์ว่าทั่วประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อเอชไววีสะสมถึงประมาณ 1.1 ล้านคน มีผู้ป่วยเอดส์เสียชีวิตไปแล้วประมาณ 5.6 แสนคน ทำให้ปัจจุบันยังคงมีผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์ยังคงมีชีวิตอยู่ในประเทศไทยถึงประมาณ 5.5 แสนคน แต่ที่ยังน่ากังวลอย่างมากคือในปี พ.ศ.2550 ยังคงมีผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ถึงประมาณ 1.4 หมื่นคน และคาดประมาณว่าในอีก 2 ปีข้างหน้า ( พ.ศ.2553 ) จะมีผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่เฉลี่ยประมาณวันละประมาณ 32 คน และแทบไม่น่าเชื่อในแต่ละปีจะมีผู้ป่วยเอดส์เสียชีวิตประมาณปีละ 5 หมื่นคน หรือเฉลี่ยประมาณวันละประมาณ 140 คน ( ชั่วโมงละ 5.8 คน )

                    

           เป็นที่น่าสังเกตว่าในระยะ 8 ปีที่ผ่านมาสัดส่วนงบประมาณของประเทศไทยด้านการป้องกันโรคเอดส์กับด้านการดูแลผู้ป่วยเอดส์ของประเทศไทยมีสัดส่วนไม่สัมพันธ์กันอย่างเห็นได้ชัดเจน เช่น ในปี พ.ศ.2547 มีสัดส่วน 1 : 7.3 นั่นหมายความว่างบประมาณด้านการดูแลผู้ป่วยเอดส์มีสัดส่วนที่มากกว่าด้านการป้องกันโรคเอดส์ถึง 7.3 เท่า และสัดส่วนรายจ่ายเกี่ยวกับเอชไอวี / เอดส์เป็นร้อยละ 2.64 ของค่าใช้จ่ายสุขภาพทั้งหมด แต่ถึงจะใช้งบประมาณเพียงเล็กน้อยต่อปีในการป้องกันโรคเอดส์ ( ปี พ.ศ.2549 ใช้ประมาณ 116.32 ล้านบาท ) ในการป้องกันโรคเอดส์ พบว่าผลจากการใช้มาตรการต่าง ๆ ในการป้องกันโรคเอดส์ในช่วงปี พ.ศ. 2534 - 2549 หรือราว 15 ปีที่ผ่านมา สามารถช่วยชีวิตคนไทยให้รอดพ้นจากโรคเอดส์ได้ถึงประมาณ 8 ล้านคนเลยทีเดียว

                      

          เมื่อรวมค่าใช้จ่ายทุกกองทุนสุขภาพทั้งจากภาครัฐและเอกชนรวมทั้งเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศพบว่าประเทศไทยใช้งบประมาณในการดูแลผู้ป่วยเอดส์ถึงประมาณปีละ 5 พันล้านบาทเลยทีเดียว แม้การรักษาผู้ป่วยเอดส์ด้วยยาต้านไวรัสจะไมหายขาด ต้องกินยาไปตลอดชีวิต และทำได้เพียงลดการติดเชื้อฉวยโอกาส เพื่อชะลอการเสียชีวิตเท่านั้น ในปัจจุบันยังมีผู้ป่วยเอดส์ที่สามารถเข้าถึงบริการยาต้านไวรัสเอดส์ในประเทศไทยรวมกันทุกสิทธิถึงประมาณ 2 แสนราย และมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา

                 


            ในปี พ.ศ. 2550 ปัจจัยเสี่ยงหลักของการติดเชื้อเอชไอวีในคนไทยมาจากทางเพศสัมพันธ์ถึงประมาณร้อยละ 84 ส่วนกลุ่มเสี่ยงหลัก ๆ คือ หิงวัยรุ่นและแม่บ้าน และอีกกลุ่มที่น่ากังวลคือชายรักชาย ซึ่งทั้งสองกลุ่มนี้มีสัดส่วนรวมกันถึงร้อยละ 60 ของผู้ติดเชื้อเอชไอวีทั้งหมด คาดประมาณว่าในชายไทยอายุ 15 – 59 ปีจะมีพฤติกรรมเป็นชายรักชายทั้งเปิดเผยและปกปิดเฉลี่ยถึงประมาณร้อยละ 10 หรือประมาณ 3 ล้านคน ในจำนวนนี้จะมีชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายที่ติดเชื้อเอชไอวีอยู่ประมาณ 3-4 แสนคน ทั้งยังพบอีกว่า 1 ใน 3 ของกลุ่มชายรักชายยังคงเที่ยวผู้หิงและมีภรรยา ดังนั้นในอนาคต 3-5 ปีข้างหน้าคาดการณ์ได้อย่างไม่ต้องสงสัยว่า กลุ่มชายรักชายในประเทศไทยจะมีแนวโน้มการติดเชื้อเอชไอวีสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ( ในประเทศสหรัฐอเมริกาการติดเชื้อเอชไอวีเฉพาะจากกลุ่มชายรักชายมีสูงถึงร้อยละ 67 )

              

            จากประสบการณ์ที่ผู้เขียนทำงานด้านการป้องกันควบคุมโรคเอดส์ในส่วนภูมิภาคมามากกว่า 6 ปีพบว่าปัหาโรคเอดส์มิได้ลดน้อยลงแต่อย่างใด แต่กลับเพิ่มระดับความซับซ้อนของปัหาขึ้นอย่างมากมาย มีผลกระทบไปทุกส่วนของสังคมที่เกี่ยวเนื่องกับผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์ มีหลายครั้งที่ผู้เขียนได้รับโทรศัพท์ขอคำปรึกษาจากผู้ที่มีความเสี่ยง หรือตัวผู้ติดเชื้อเอง ปัหาที่ขอคำปรึกษาล้วนซับซ้อนขึ้นเป็นลำดับ ผู้เขียนประเมินว่าความรู้ความเข้าใจของประชาชนในท้องถิ่นเรื่องโรคเอดส์ยังต่ำอยู่มาก ส่วนให่เข้าใจถูกต้องเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แถมบางส่วนยังขาดความตระหนักอย่างสิ้นเชิงโดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน


               

           สาเหตุการเสียชีวิตในกลุ่มเยาวชนอายุ 15-24 ปีนั้น สาเหตุหลักมาจากอุบัติจราจร รองลงมาคือสาเหตุมาจากโรคเอดส์ และในช่วงอายุนี้จะมีสัดส่วนผู้ติดเชื้อเอชไอวีในเพศหิงมากกว่าเพศชาย โดยปัจจุบันมีเยาวชนไทยติดเอชไอวีแล้วมากกว่า 8 หมื่นราย ในผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องบ้าง หรือประชาชนทั่วไปที่ไม่ทราบสถานการณ์โรคเลย จะเข้าใจว่ากลุ่มเสี่ยงคือผู้ฉีดยาเสพติดและหิงบริการทางเพศ อันเป็นความเข้าใจผิดอย่างมากเพราะทั้งสองกลุ่มดังกล่าวเป็นเพียงกลุ่มเสี่ยงในอดีตเมื่อหลายปีก่อน เมื่อประชาชนเกิดความเข้าใจผิดในกลุ่มเสี่ยงอาจทำให้ขาดความระมัดระวังในการป้องกันโรคเอดส์เมื่อมีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศกับกลุ่มเยาวชนและกลุ่มชายรักชาย

            เมื่อมีการกระจายอำนาจจากรัฐบาลส่วนกลางลงสู่ท้องถิ่นก็มีการกระจายงบประมาณลงสู่ท้องถิ่นในทุกระดับด้วย ในปี พ.ศ.2551 มีการกระจายงบประมาณลงสู่ท้องถิ่นประมาณร้อยละ 25 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปีของรัฐบาล ส่งผลให้ภารกิจของราชการส่วนกลางมีงบประมาณดำเนินการลดต่ำลงอย่างมากโดยเฉพาะการป้องกันโรคเอดส เมื่อมีการสำรวจมุมมองขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการให้อันดับความสำคัของปัหาสาธารณสุขในพื้นที่ พบว่าท้องถิ่นให้สัดส่วนความสำคักับโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงมากกว่าปัหาโรคเอดส์อย่างมากถึงสองเท่าตัว เพราะท้องถิ่นยังมีมุมมองว่าหน่วยงานด้านสาธารณสุขควรมีบทบาทหลักในการขับเคลื่อนงานเอดส์

                 



              เมื่อหน่วยงานสาธารณสุขโดยตรงเองขาดแคลนงบประมาณจากส่วนกลางในการดำเนินการป้องกันโรคเอดส์บางจังหวัดทั้งปีมีงบประมาณดำเนินการไม่ถึง 1 แสนบาทด้วยซ้ำในการป้องกันประชาชนหลายแสนถึงเกือบล้านคนให้ปลอดภัยจากโรคเอดส์ ในขณะที่หน่วยงานท้องถิ่นกลับมีมุมมองว่าปัหาสาธารณสุขด้านการป้องกันโรคเอดส์เป็นเรื่องรองและไม่ใช่บทบาทของตนเอง เมื่อปัหาทั้งสองส่วนมาพบกันตรงกลางผลก็คือในระยะ 2 ปีที่ผ่านมาแทบเรียกได้ว่าเกิดสุากาศช่องว่างในการดำเนินการป้องกันโรคเอดส์ในส่วนภูมิภาคอย่างแรง มีกิจกรรมด้านการป้องกันเอดส์จากภาครัฐในท้องถิ่นน้อยมาก ขาดความต่อเนื่องและสม่ำเสมอ จะมีก็เพียงกิจกรรมในวันสำคัที่เกี่ยวข้องเท่านั้น เช่น วันเอดส์โลก แต่หลังจากนั้นอีกเกือบปี แทบไม่ค่อยพบกิจกรรมจากภาครัฐมากนัก



                   เมื่อรัฐบาลมีนโยบายตรวจราชการบูรณาการเอดส์เมื่อปี พ.ศ.2550 และฟื้นฟูการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัหาเอดส์จังหวัดอีกครั้ง ก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งเริ่มศึกษาและเข้าใจปัหาโรคเอดส์รวมทั้งตระหนักในปัหาเอดส์ของชุมชนมากยิ่งขึ้น แต่ก็ยังขาดทักษะและบุคลากรที่มีความรู้ในการจัดการปัหาดังกล่าว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่วนให่เพียงตั้งงบประมาณในการจ่ายเบี้ยยังชีพรายเดือนให้กับผู้ป่วยเอดส์เท่านั้น แต่ปัหาคือมีผู้ป่วยเพียงเล็กน้อยหรือแทบไม่มีเลยที่ไปเปิดเผยตัวเองกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อรับเงินช่วยหลือดังกล่าว เหตุเพราะผู้ป่วยเอดส์ติดขัดเรื่องต้องเปิดเผยความลับตนเองซึ่งส่งผลต่อการดำเนินชีวิตร่วมกับคนอื่นในชุมชน เกิดการถูกรังเกียจและกีดกันจากผู้คนในชุมชนจากความไม่เข้าใจในการดำเนินชีวิตร่วมกับผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์

               ถ้าเราจะฉุกคิดสักนิดจะพบว่าผู้ป่วยเอดส์ทุกคนยินดีจะเปิดเผยความในใจทุกสิ่งกับทีมทางการแพทย์ในโรงพยาบาลที่ตนรักษาพยาบาลโรคเอดส์อยู่ แต่ผู้ป่วยรายเดียวกันกลับไม่ยินดีแสดงตนเพื่อของรับเบี้ยยังชีพรายเดือนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เหตุเพราะกลัวผลกระทบยากแก่การคาดเดาที่ตามมาหากความความลับของตนรั่วไหลสู่ชุมชน ผู้เขียนเคยพบบางอำเภอแก้ไขปัหานี้ได้ง่าย ๆ โดยนายอำเภอขอให้ทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตรับผิดชอบโอนงบประมาณจำนวนหนึ่งตามแต่จะประชุมตกลงร่วมกันมารวมไว้ที่ศูนย์เฉลิมพระเกียรติอำเภอ จากนั้นให้โรงพยาบาลชุมชนทำหลักฐานตามระเบียบราชการมาขอรับเงินเบี้ยยังชีพจากศูนย์เฉลิมพระเกียรติอำเภอไปจ่ายให้ผู้ป่วยเอดส์ที่โรงพยาบาล เพียงเท่านี้ก็สามารถแก้ไขปัหาของผู้ป่วยเอดส์ให้ได้รับเงินเบี้ยยังชีพรายเดือนโดยที่ไม่ต้องไปเปิดเผยตต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนตัวองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเองก็ได้เบิกจ่ายงบประมาณเบี้ยยังชีพที่ตั้งไว้โดยได้รับหลักฐานครบถ้วนจากโรงพยาบาล ทั้งสองฝ่ายไม่จำเป็นต้องมาพบและเผชิหน้ากันโดยตรง ได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่ายทั้งตัวผู้ป่วยเอดส์และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยที่มีศูนย์เฉลิมพระเกียรติอำเภอและโรงพยาบาลเป็นตัวกลางประสาน เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการแก้ปัหาชุมชนโดยวิถีของชุมชนเอง

                  ผู้เขียนสังเกตพบว่าในช่วง 1 ปีหลัง เริ่มมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประเภทเทศบาลบางแห่งจัดทำโครงการป้องกันปัหาเอดส์ด้วยงบประมาณของตนเอง ส่วนให่เป็นโครงการประเภทการจัดอบรมเยาวชนให้มีความรู้เรื่องโรคเอดส์ และการจัดให้เยาวชนศึกษาดูงานวัดหรือสถานที่ดูแลผู้ป่วยเอดส์ที่มีชื่อเสียง เพื่อให้เยาวชนได้เห็นสภาพความเป็นอยู่จริงของผู้ป่วยเอดส์และเกิดความตระหนักในการป้องกันตนเอง



                   ที่น่าสนใจคือมีบางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัด และองค์การบริหารส่วนตำบลบางแห่ง จัดทำโครงการจัดซื้อถุงยางอนามัยเพื่อสนับสนุนให้กับสถานบริการสาธารณสุขและแจกจ่ายให้กับประชาชนที่มีความเสี่ยงในพื้นที่ หากปัจจัยเสี่ยงหลักของการติดเชื้อเอชไอวีติดต่อมาจากทางเพศสัมพันธ์ประมาณร้อยละ 84 การใช้ถุงยางอนามัยอย่างครอบคลุมและทั่วถึงเมื่อยามมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ฯ คงเป็นการป้องกันที่เป็นฟางเส้นท้ายก่อนที่จะเกิดเหตุไม่คาดฝันกับชีวิตขึ้น ในขณะที่คนกำลังจะมีเพศสัมพันธ์ต่อกันการให้ความรู้ สื่อรณรงค์ การสอนให้ยับยั้งชั่งใจ ทักษะการปฏิเสธ คงไม่ทันการณ์เสียแล้ว สิ่งที่จะช่วยชีวิตพวกเขาขณะนั้นได้คงต้องใช้ถุงยางอนามัยทางเดียวเท่านั้น

                  

          ถุงยางอนามัยที่กระทรวงสาธารณสุขแจกจ่ายไปทั่วประเทศไทยนั้น ปริมาณต่อปีเพียงไม่เกิน 25 ล้านชิ้นเท่านั้น และกลุ่มเป้าหมายหลักคือหิงอาชีพบริการทางเพศเท่านั้น มิได้มีวัตถุประสงค์แจกให้กลับกลุ่มอื่น ๆ ที่มีความเสี่ยง จึงทำให้ถุงยางอนามัยที่แจกกระจายจากส่วนกลางไปยังภูมิภาคจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศไม่เพียงพอต่อการป้องกันโรคของกลุ่มเสี่ยงอื่น ๆ เช่น เยาวชน ชายรักชาย ตำรวจ ทหาร ผู้ใช้แรงงาน ประชากรเคลื่อนย้าย ฯลฯ กลุ่มเหล่านี้ต้องซื้อถุงยางอนามัยเพื่อป้องกันตนเองจากร้านสะดวกซื้อ ร้านขายยา หรือตู้หยอดเหรีย ฯลฯ แต่จุดจำหน่ายต่าง ๆ เหล่านี้ก็มีจำกัดไม่ครอบคลุมทั่วไปในชนบทที่ห่างไกล และเยาวชนบางส่วนก็ยังมีรายได้น้อยเกินกว่าจะซื้อถุงยางอนามัยมาใช้เอง ผนวกกับสิ่งเร้ากลางคืน วุฒิภาวะ และความรู้ด้านโรคเอดส์ ทำให้ประชาชนกลุ่มต่าง ๆ เหล่านี้ยังคงมีชีวิตอยู่ท่ามกลางความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีอย่างขาดการเหลียวแลจากสังคม


           การติดเชื้อเอชไอวีทางเพศสัมพันธ์ผู้ให่บางคนอาจมีทัศนะคติว่าเป็นการหาเรื่องมาใส่ตัวเอง คนผู้นั้นต้องหาทางป้องกันตัวเองซิ !! คงเป็นการมองปัหาเพียงมุมเดียว ลองคิดตามผู้เขียนว่าในขณะที่ภาครัฐซื้อถุงยางในการป้องกันโรคเอดส์ปริมาณมากเพียงชิ้นละประมาณ 1.75 บาท หรืองบประมาณซื้อถุงยางอนามัย 37 ล้านบาทต่อปีในการป้องกันเอดส์ให้กับประชาชน 60 กว่าล้านคน แต่หากคนผู้นั้นติดเชื้อเอชไอวีจนกลายเป็นผู้ป่วยเอดส์ รัฐเองต้องใช้เงินถึงประมาณ 9 พันบาทต่อปีต่อคน หรืองบประมาณ 4 พันกว่าล้านบาทต่อปีในการรักษาผู้ป่วยเอดส์ 2 แสนคนและไม่สามารถปฏิเสธการรักษาผู้ป่วยเอดส์รายใหม่ ๆ ได้ด้วย คำถามคือแล้วเราจะเลือกหนทางไหนดี ??

                 


           ผู้เขียนลองจินตนาการดูว่าหากองค์การบริหารส่วนจังหวัดทุกแห่งในประเทศไทย 75 จังหวัดบวกกรุงเทพมหานคร จัดซื้อถุงยางอนามัยเองแห่งละ 1 ล้านชิ้น เพื่อป้องกันประชาชนกลุ่มเสี่ยงของจังหวัดตนเอง ในกลุ่มเยาวชน ชายรักชาย ตำรวจ ทหาร ผู้ใช้แรงงาน ประชากรเคลื่อนย้าย ฯลฯ ซึ่งม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของกระทรวงสาธารณสุข ประเทศไทยจะมีปริมาณถุงยางอนามัยเพื่อการป้องกันโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ เพิ่มขึ้นถึงประมาณ 76 ล้านชิ้นต่อปี เพื่อสนับสนุนให้โรงพยาบาล สถานีอนามัย ศูนย์สาธารณสุขชุมชน ร้านค้าชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุข ฯลฯ

                  

            และผู้เขียนก็จินตนาการต่อไปว่าถ้าเทบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบลทุกแห่ง ( ประมาณ 7 พันแห่ง ) จัดทำโครงการ “ หนึ่งตำบลหนึ่งโครงการต้านภัยเอดส์ “ โดยเป็นการอบรมให้ความรู้เรื่องโรคเอดส์กับเยาวชนและประชาชนในชุมชนตนเองโดยขอรับการสนับสนุนวิทยากรจากหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ จัดการรณรงค์ด้านโรคเอดส์และกิจกรรมที่ต่อเนื่องสม่ำเสมอตลอดทั้งปี

          หากองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล องค์การบริหารส่วนตำบล ทุกแห่งในประเทศไทย ผนึกกำลังกันอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ผู้เขียนเชื่อว่าในระยะเวลาอันสั้นภายในไม่กี่ปี โรคเอดส์จะถูกควบคุมและลดลงอย่างมาก จนอาจไม่เป็นปัหาทางสาธารณสุขของท้องถิ่นและชุมชนในที่สุด เมื่อโรคเอดส์ลดลง โรคแทรกซ้อนติดต่อร้ายแรงต่าง ๆ เช่น วัณโรค ก็จะลดลงตามไปด้วย โดยที่ท้องถิ่นไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียว เป็นการแก้ไขปัหาชุมชนโดยชุมชนเองอย่างแท้จริง

             ผู้เขียนหวังว่าหากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้อ่านบทความพิเศษนี้ หรือช่วยกันเผยแพร่ และร่วมกันประชุมพิจารณาหาแนวทางป้องกันโรคเอดส์ร่วมกันทุกจังหวัด จะสามารถมีผลให้เกิดแรงกระเพื่อมในการระดมศักยภาพการป้องกันโรคเอดส์ครั้งให่ของประเทศโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นับเป็นคุณูปการอย่างให่หลวงต่อประเทศไทยในการช่วยชีวิตประชาชนหลายสิบล้านคนไม่ให้เสียชีวิตก่อนวัยอันควร อันจะส่งผลดีต่อสภาพเศรษฐกิจและความผาสุขของประชาชนในชุมชนและสังคมของประเทศไทยในระยะยาวต่อไป........

            มาร่วมมือกันเถิด “ หนึ่งตำบลหนึ่งโครงการต้านภัยเอดส์ “ จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคเอดส์ให้กับลูกหลานของพวกเราให้เป็นกำลังสำคัในการัฒนาประเทศไทยให้เจริก้าวหน้าสถาพรคู่กับโลกใบนี้ตลอดไป.......

  ดูรายละเอียด / ภาพประกอบ / ได้จากด้านล่าง



http://dpc9.ddc.moph.go.th/aids/tranfers/AIDS_with_Local.pdf

ผู้บันทึก admin เมื่อ ศุกร์ 26 ก.ย. 08@ 13:31:05 ICT (2086 ครั้ง)
(แสดงความเห็น? | จำนวน: 5)
บัญชียาหลักแห่งชาติ 2551
กลุ่มโรคเอดส์วัณโรคโรคติต่อทางเพศฯ dpc9phs บันทึก:

บัญชียาสำหรับโรงพยาบาล

และสถานบริการสาธารณสุข

ที่
 http://dpc9.ddc.moph.go.th/aids/tranfers/Main_Drug_List_2551.pdf 



ผู้บันทึก admin เมื่อ จันทร์ 09 มิ.ย. 08@ 10:34:19 ICT (581 ครั้ง)
(แสดงความเห็น? | จำนวน: 0)
การกระตุ้นให้องค์กรส่วนท้องถิ่นดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์
กลุ่มโรคเอดส์วัณโรคโรคติต่อทางเพศฯ dpc9phs บันทึก: แผนป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์แห่งชาติ เน้นการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์อย่างเป็นองค์รวม มุ่งพัฒนาศักยภาพคน ครอบครัว และชุมชน สร้างขีดความสามารถของรากฐานในสังคมให้เข้มแข็ง เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่ต้องร่วมกันพัฒนาระบบเครือข่ายการทำงานร่วมกันให้มีประสิทธิภาพ ได้มาตรฐาน ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงมีความจำเป็นต้องมีการประสานการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ร่วมกัน   ดังนั้นการสนับสนุนให้คณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์จังหวัดขับเคลื่อน เพื่อให้มีการจัดทำโครงการด้านเอดส์ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จึงมีความจำเป็น  อีกทั้งผลการตรวจราชการบูรณาการเอดส์ตามนโยบายรัฐบาล พบรายงานความไม่ต่อเนื่องในการดำเนินกิจกรรมของคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์จังหวัด  ในส่วนที่เกียวข้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

              จากการศึกษาพบว่าทัศนะคติของ อปท.ต่อโรคเอดส์ยังให้ความสำคัญรอง ๆ จากโรคอื่นทำให้การสร้างแผนงาน  โครงการด้านโรคเอดส์ของ อปท.เองยังไม่ครอบคลุมทุกแห่ง  มี อปท.เพียง 70% เท่านั้นที่มีแผนงานด้านโรคเอดส์เอง  แต่สิ่งที่ อปท.ยังขาดคือด้านทักษะความรู้เชิงวิชาการด้านการดูแลรักษาและการป้องกันโรคเอดส์  ดังนั้นการส่งเสริม อปท.ด้านนี้จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง  เพื่อให้ อปท.มีความความเข้มแข็งในการดำเนินงานเอดส์  โดย อปท.
             - ดำเนินการด้วยตัวของ อปท.เอง  
             - ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานอื่น  หรือ
             - สนับสนุนให้หน่วยงานอื่นดำเนินการ 

ซึ่งมีแนวทางคร่าว ๆ ดังไฟล์นำเสนอด้านล่าง

ด้วยรายละเอียดมีมาก  หากสนใจติดต่อขอข้อมูลรายละเอียดเต็มระบบ  สามารถขอสนับสนุนวิทยากรทางวิชาการได้ที่

http://dpc9.ddc.moph.go.th/aids/cherkiat.html

 



ผู้บันทึก admin เมื่อ ศุกร์ 23 พ.ค. 08@ 11:23:58 ICT (457 ครั้ง)
(แสดงความเห็น? | จำนวน: 0)
การให้บริการดูแลรักษาผู้ป่วยเอดส์ที่ด้อยโอกาสทางสังคมฟรี
กลุ่มโรคเอดส์วัณโรคโรคติต่อทางเพศฯ dpc9phs บันทึก:

ข้อมูลผู้ได้รับยาต้านไวรัสเอดส์แยกตามสิทธิ์และโครงการต่าง ๆ ของประไทย ณ ปี 2550

            จากการรวบรวมข้อมูลของสำนักโรคเอดส์ ฯ กรมควบคุมโรค  เมื่อสิ้นปี 2550  พบว่าในปัจจุบันมีผู้ป่วยเอดส์ที่อยู่ในในประเทศไทย  สามารถเข้าถึงยาต้านไวรัสเอดส์แล้วถึงประมาณ 1.8 แสนราย  ซึ่งนับว่าสูงมากเมื่อเทียบกับสัดส่วนผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์ที่มีอยู่ทั้งหมด  ผู้ป่วยที่เข้าถึงยาต้านไวรัสดังกล่าวหลัก ๆ ประกอบด้วย  ผู้ป่วยในสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า  ประกันสังคม  ข้าราชการและพนักงานของรัฐ  และโครงการพิเศษต่าง ๆ อีกหลายโครงการ
             ในปี 2550  กรมควบคุมโรค  มองเห็นถึงคุณค่าและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์  จากแนวคิดที่ว่า “ ทั่วถึงและเท่าเทียม ”  ดังนั้น " โครงการเข้าถึงบริการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์ด้อยโอกาสทางสังคม  ( NAPHA  Extension ) "  ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนโลกด้านโรคเอดส์   ( Global Fund AIDS )  จึงได้ก่อกำเนิดขึ้น    โดยที่ผู้ป่วยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ  ( ตามข้อกำหนดของโครงการ )  เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงบริการยาต้านไวรัสให้กับผู้ด้อยโอกาสทางสังคม รวมถึงคนไทยที่มีข้อจำกัดการใช้สิทธิของตนเอง  เป็นการช่วยเติมเต็มช่องว่างในระหว่างสิทธิต่าง ๆ โดยที่ไม่ทำให้เชื้อชาติ สัญชาติ เผ่าพันธุ์  และข้อจำกัดการใช้สิทธิของผู้ป่วย  มาเป็นกำแพงขวางกั้นการมีสิทธิที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปของผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์   



ผู้บันทึก admin เมื่อ ศุกร์ 18 เม.ย. 08@ 12:01:55 ICT (408 ครั้ง)
(มีต่อ... | 4407 ไบต์ | แสดงความเห็น? | จำนวน: 0)
รายงานผลการตรวจราชการ
กลุ่มโรคเอดส์วัณโรคโรคติต่อทางเพศฯ


ผู้บันทึก admin เมื่อ อังคาร 08 เม.ย. 08@ 13:20:25 ICT (405 ครั้ง)
(แสดงความเห็น? | จำนวน: 0)
การตรวจหาเชื้อมาลาเรีย
กลุ่มโรคเอดส์วัณโรคโรคติต่อทางเพศฯ

ผู้บันทึก admin เมื่อ อังคาร 08 เม.ย. 08@ 11:49:32 ICT (1901 ครั้ง)
(มีต่อ... | 601 ไบต์ | แสดงความเห็น? | จำนวน: 0)
การพัฒนาคุณภาพการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์
กลุ่มโรคเอดส์วัณโรคโรคติต่อทางเพศฯ
Introduction
     ปัจจุบันประเทศไทย มีผู้ป่วยเอดส์จำนวนมากกว่า 95,000 คน ที่ได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสเอดส์ภายใต้การดำเนินงานโครงการในระดับประเทศ ( National Program ) สำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค ได้พัฒนารูปแบบการพัฒนาคุณภาพในการดูแล รักษาผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์ โดยใช้โปรแกรม HIVQUAL –T เป็นเครื่องมือในการวัดศักยภาพในการพัฒนาคุณภาพการ ให้บริการการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์ โดยมีศูนย์ ความร่วมมือไทย - สหรัฐด้านสาธารณสุขให้การสนับสนุน งบประมาณดำเนินการและวิชาการต่าง ๆ ในเขตสาธารณสุขที่ 2 มีการทดลองนำร่องการดำเนินโครงการดังกล่าวมาใน 8 โรงพยาบาล
Method

1. ผู้ติดเชื้อ/ผู้ป่วยเอดส์ที่ศึกษา
   1.1 มารับบริการที่โรงพยาบาล 8 แห่ง ในเขตสาธารณสุข ที่ 2 คือ ร..บ้านด่านลานหอย , ..กงไกรลาศ , ..วิเชียรบุรี ,..ชนแดน , ..อุตรดิตถ์, ..พุทธชินราช ,..วัด
โบสถ์, ..แม่สอด
   1.2 ยินยอมเปิดเผยผลการตรวจเลือดและยินดีให้การรักษา
อย่างต่อเนื่อง
2. วัดผลโดย HIVQUAL-T Software version 4 ( HIV
Quality of Care Program) ดังนี้ 
  
2.1 เป็นโปรแกรมสำเร็จรูปที่ใช้วัดผลการปฏิบัติงานการ ดูแลผู้ติดเชื้อเอชวี/เอดส์ ใช้วัด 6 ตัวชี้วัดหลัก และหรือ 4
ตัวชี้วัดเสริม
   2.2 ใช้เก็บข้อมูลผู้ป่วยย้อนหลัง 2 ปี ๆ ละ 1 ครั้ง เปรียบเทียบผลการวัดคือ ปีงบประมาณ 2549 ( วันที่ 1 .. 2548 ถึง 30 .. 2549 ) กับ ปีงบประมาณ 2550 ( วันที่ 1 .. 2549 ถึง 30 .
. 2550 )
  2.3 การสุ่มข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างผู้ป่วยจะทำอัตโนมัติ
โดยตัวโปรแกรม ฯ ในตัวชี้วัดหลัก 6 ตัวดังนี้ ARV ,CD4 test ,TB screening , VDRL, Pap Smear และ Positive Prevention
Result    
     พบว่าความครอบคลุมการให้บริการในปี
2550 เพิ่มขึ้น กว่าปี 2549 ทุกตัวชี้วัดเฉพาะตัวชี้วัดด้านการรักษา OI มี 2 ตัวชี้วัดหลักคือ Cryptococcosis , PCP และอีก 2 ตัวชี้วัดเสริมคือ MAC และ Pennicillosis 
    พบว่าความครอบคลุมการให้บริการในปี 2550
เพิ่มขึ้นกว่าปี 2549 ใน 2 ตัวชี้วัดคือ PCP และ Pennicillosis

Conclusion and Discussion
     HIVQUAL
-T Program ทำให้ทราบสถานการณ์พื้นฐาน แยกรายปีด้านคุณภาพการบริการของโรงพยาบาล ช่วย ส่งเสริมให้การเก็บข้อมูลในปีต่อไปมีความคลอบคลุมสมบูรณ์ขึ้น การทำงานมีเป้าหมายหลัก วัตถุประสงค์การทำงานและตัวชี้วัดที่ชัดเจน สามารถนำการวัดผลปีก่อนหน้ามาใช้เป็น ข้อมูลปรับปรุงคุณภาพในปีต่อไป ควรมีการพัฒนาบุคลากรที่เข้าถึง HIVQUAL-T Model ได้มากขึ้นและมีเวทีถอดบทเรียน / แลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับ โปรแกรมระหว่างหน่วยงานเป็นประจำทุกปีอย่างต่อเนื่อง 
     
     เชิดเกียรติ แกล้วกสิกิจ
,..( เกียรตินิยมอันดับ 1 ),สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จ.พิษณุโลก (เอกสารต้นฉบับ)
Intr กon

Method

Result

Conclusion and Discussion




ผู้บันทึก admin เมื่อ อังคาร 01 เม.ย. 08@ 16:31:02 ICT (1903 ครั้ง)
(แสดงความเห็น? | จำนวน: 2.75)
ข่าวสาธารณสุข
·สธ.แนะเกษตรกร ใช้อุปกรณ์ป้องกันสารเคมีหลังพบสารพิษสะสมระดับอันตราย
·"หมอประดิษฐ" นำทีมถกปัญหาสุขภาพโลกที่สวิตเซอร์แลนด์
·บอร์ด อภ.เด้ง “หมอวิทิต” พ้นเก้าอี้ ผอ.เภสัช เซ่นจัดซื้อยาพารา-รง.วัคซีน
·สธ.ผลักดันตำบลสุขภาพดีทั่วไทย หวังสร้างคนไทยอายุยืน ไม่อมโรค
·เอ็นจีโอ ป่วน บอร์ด สปสช.ให้ถอนวาระร่วมจ่าย
·เตือนระวังไข้ปวดข้อ “ชิคุนกุนยา” ระบาดพร้อมไข้เลือดออก
·เปิดตัวตน “สาววาย” แค่อยากเห็นผู้ชายรักกัน
· สธ. ย้ำชัด รพ.4 แห่งที่กาฬสินธุ์ไม่ร้าง แค่ยังสร้างไม่เสร็จ
·ภาค ปปช.เตรียมขวาง “หมอประดิษฐ-หมอวินัย” บังคับชาวบ้านจ่ายร่วมระบบประกันสุขภาพ
·สั่งตั้งคณะทำงานคุม จนท.รัฐติดต่อ บ.บุหรี่ สกัดแทรกแซง

อ่านต่อ...
ทีมพัฒนา
งานเทคโนโลยีสารสนเทศ

แบบสำรวจ
คุณชอบใช้ฟรีอีเมล์ค่ายไหน?

gmail
yahoo
hotmail



ผลสำรวจ
แบบสำรวจอื่นๆ

จำนวนผู้ลงคะแนน: 33
คำแนะนำ: 0
หน้าหลัก เข้าระบบ กระดานข่าว P.S.O.1101 P.M.Q.A. บทความ เผยแพร่ข่าว ค้นหา
ปรับปรุงข้อมูลเมื่อ 28/05/2554 11.39 น.
สงวนลิขสิทธิ์ โดย งานเทคโนโลยีสารสนเทค สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จ.พิษณุโลก

ติดต่อ เว็บมาสเตอร์ puttiphan@dpc9.ddc.moph.go.th งานเทคโนโลยีสารสนเทศ
055-214615-7 ต่อ 126