ข่าวสารเพื่อการเผยแพร่
สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 พิษณุโลก  กรมควบคุมโรค  กระทรวงสาธารณสุข
เลขที 306 ถ.พิษณุโลก-วัดโบสถ์  หมู่ 5 ต.หัวรอ  อ.เมือง จ.พิษณุโลก 65000
โทรและโทรสาร. 0-214-615-7 ต่อ 333, 334  
Website : http://dpc9.ddc.moph.go.th/crd  
   
 

เผยผู้ปกครองควรระวังบุตรหลาน  ป้องกันการระบาดโรคคางทูม

All

   
   

ติดตามข่าวจากเรา  ไม่ตกข่าวแน่นอน..คลิ๊ก>>

   
   
 

       

     เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2554 นางพัชรา   ศรีดุรงคธรรม  หัวหน้ากลุ่มระบาดวิทยาและข่าวกรอง สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 พิษณุโลก  เปิดเผยว่า พบการระบาดของโรค มีอาการคล้ายคางทูม ที่ในชั้นเรียนโรงเรียนอนุบาล นเขตจังหวัดอุตรดิตถ์ มีผู้ป่วยแล้วจำนวน 20 ราย มีประวัติได้รับวัคซีนเอ็มเอ็มอาร์ ( MMR ) จำนวน 4 ราย ทุกรายมีอาการไข้ น้ำมูก  คางบวม โดยผู้ป่วยรายแรกเริ่มป่วยตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2554 จนถึงปัจจุบันยังพบผู้ป่วยอยู่ และยังพบผู้ป่วยชั้น ป.4 อีก 1 ราย ซึ่งเป็นพี่ของเด็กชั้นอนุบาล  ประวัติไม่ได้รับวัคซีน และมีผู้ปกครองของเด็กป่วยอีก 2 ราย ดังนั้นในช่วงต้นเดือน กุมภาพันธ์ 2554 ที่ผ่านมา ทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็วของ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 พิษณุโลก สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุตรดิตถ์ และโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ ได้ลงพื้นที่ไปสอบสวนโรคพร้อมเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งและป้ายเชื้อในลำคอ ส่งตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อยู่ระหว่างการรอผลทางห้องปฏิบัติการ ในส่วนการดำเนินการป้องกันควบคุมโรค ได้แนะนำให้เด็กที่มีอาการดังกล่าวหยุดพักการเรียน และครูทำความสะอาดอุปกรณ์เครื่องใช้ในห้องทุกชั้นเรียนทั้งหมด ขณะนี้ได้ประสานไปยังกรมควบคุมโรค  เพื่อขอสนับสนุนวัคซีนที่ทำรวมในเข็มเดียวกันในการป้องกันโรคหัด คางทูม และหัดเยอรมัน ที่เรียกว่าเอ็มเอ็มอาร์ (MMR)  นำไปฉีดให้กับเด็กเรียบร้อยแล้ว  จึงขอแจ้งให้ทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็วทุกแห่ง ดำเนินการดังนี้

1.แจ้งหน่วยบริการสาธารณสุข ทุกแห่งได้เฝ้าระวังโรคคางทูม และดำเนินการสอบสวนโรคตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุขเมื่อพบการระบาดเป็นกลุ่มก้อน

2.ประสานแจ้งโรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก ในพื้นที่ทุกแห่งให้เฝ้าระวังโรคคางทูม หากสงสัยให้แจ้งทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็วระดับตำบล และอำเภอ ตามลำดับ

3. เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่รับผิดชอบเรื่องโรคติดต่อที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน ให้เร่งตรวจสอบความครอบคลุมการได้รับวัคซีนเอ็มเอ็มอาร์ (MMR)  ในเด็กนักเรียน  

ด้าน เภสัชกรเชิดเกียรติ  แกล้วกสิกิจ หัวหน้ากลุ่มสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 พิษณุโลก กล่าวว่าโรคคางทูมในประเทศไทยพบรายงานจากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค มีอัตราป่วย  17.22 ต่อแสนประชากร เกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่ม paramyxovirus ที่อยู่ในน้ำลายและเสมหะของผู้ป่วย ทำให้เกิดการอักเสบของต่อมน้ำลาย โดยมากมักจะเป็นที่ต่อมน้ำลายข้างหู  พบมากในเด็กอายุ 6-10 ปี อาจพบระบาดได้เป็นครั้งคราว  ซึ่งติดต่อกันโดยการไอ จาม หรือหายใจรดกัน หรือโดยการสัมผัสถูกมือ สิ่งของเครื่องใช้ เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว แก้วน้ำ จาน ชาม ฯลฯ  ผู้ป่วยมักจะมีอาการนำมาก่อน 1-3 วัน ด้วยอาการไข้ ครั่นเนื้อครั่นตัว เจ็บคอ เบื่ออาหาร อ่อนเพลียและปวดในรูหูหรือหลังหู ในขณะเคี้ยวหรือกลืน ต่อมาจะมีอาการปวด บวม และกดเจ็บ บริเวณข้างหูหรือขากรรไกร  ผิวหนังบริเวณนั้นอาจมีลักษณะแดง ร้อน และตึง ผู้ป่วยมักรู้สึกปวดร้าวที่หูขณะกลืน เคี้ยว หรืออ้าปาก บางรายอาจมีอาการบวมที่ใต้คางร่วมด้วย 

ในส่วนของประชาชนทั่วไปให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วย สังเกตุเฝ้าระวังอาการของบุตรหลานโดยหากพบอาการดังกล่าวควรแยกผู้ป่วยออกต่างหากจนกว่าคางจะยุบบวม  โดยเฉพาะในผู้ใหญ่ควรเฝ้าระวังอาการแทรกซ้อน  หากสงสัยให้ส่งไปตรวจที่โรงพยาบาล โรคนี้มักจะหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ และสามารถป้องกันได้โดยการฉีดวัคซีนที่มีชื่อว่าเอ็มเอ็มอาร์ (MMR) มักจะฉีดเมื่อเด็กอายุได้ 9-15 เดือน

 

“ โรคคางทูมป้องกันได้  โดยการให้ลูกหลานไปฉีดวัคซีน “
กรมควบคุมโรค  ห่วงใย  อยากเห็นคนไทยมีสุขภาพดี

 
   
   

 

   
   
ข้อมูลข่าวและที่มา
ที่มา : กลุ่มระบาดวิทยา สคร.9  Rewriter : เภสัชกรเชิดเกียรติ  แกล้วกสิกิจ
สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 พิษณุโลก
วันที่ข่าว : 5 กุมภาพันธ์ 2554
 

 

ค้นหาจาก WWW ค้นหาจาก ข่าวของเว็ปนี้
 
   
   
Download ข่าวนี้จัดบอร์ดและเก็บไว้ ความรู้เกี่ยวกับโรคคางทูม
   
         
   

กลุ่มสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ
สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 พิษณุโลก

เลขที 306 ถ.พิษณุโลก-วัดโบสถ์  หมู่ 5 ต.หัวรอ  อ.เมือง จ.พิษณุโลก 65000
โทรและโทรสาร. 0-5521-4615-7 ต่อ 333, 334 
Website : http://dpc9.ddc.moph.go.th/crd  Email : dpc9phs@yahoo.com